พล่าม..รัก
posted on 12 Feb 2010 01:54 by my1illusionedit @ 12 Feb 2010 02:05:50 by ขนมชั้นสีรุ้ง
edit @ 12 Feb 2010 02:05:50 by ขนมชั้นสีรุ้ง
ตอนแรกก็ตั้งในว่าจะเขียนบล็อกให้เกี่ยวข้องกับการทำงานอย่างเดียว
ไม่ค่อยอยากจะเขียนเรื่องส่วนตัวเหมือนแต่ก่อนมากสักเท่าไหร่
เอาเข้าจริงๆก็หมดมุกน่ะ ไม่รู้จะเล่าอะไรในการทำงานดี
ถ้าเป็นแต่ก่อนที่เริ่มทำงานนี้ก็คงจะมีอะไรมาเล่าทุกวันนะ เพราะความแปลกใหม่ไง
แต่พอตอนนี้อยู่ตัวแล้ว กลับเริ่มเบื่อๆซะด้วยซ้ำ เลย..เอาเป็นว่าอยากเขียนอะไรก็เขียนดีกว่าเนอะ
เพื่อนๆใกล้ตัวที่เข้ามาอ่านจะได้มาอัพเดทข่าวคราวเราได้เหมือนเดิม คิดถึงพวกเมิงว่ะ.....
ตั้งแต่ได้มาบินโบอิ้งอย่างเดียวในช่วงเวลาเกือบ 7 เดือนที่ผ่านมา
มันทำให้เราไม่ค่อยได้บิน turnaround สักเท่าไหร่ ส่วนมากก็ได้แต่ที่เดิมๆ
ลอนดอนนี่ไม่ต้องพูดถึง มาเถอะ เดือนละสามรอบขึ้น
วันนี้เอารูปที่ไปเที่ยวล่าสุดมาให้ดูกัน เป็นครั้งแรกที่ออกนอกเมืองจริงๆ
เพราะได้บินกับเพื่อน เลยชวนๆกันไป สนุกดีนะแต่เหนื่อยเหมือนกัน
ทั้งๆที่ไม่ต้องไปเองนะ มีแฟนเพื่อนขับรถไปให้
คราวนี้เราไปเที่ยวกันที่ Stonehenge กับเมือง Bath ค่ะ
เราแวะกันที่สโตนเฮ้นจ์ก่อน ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมที่เราพักใกล้ๆฮีทโทรวแอร์พอร์ตประมามณชม.นิดๆ
นักท่องเที่ยวเยอะใช้ได้เลย
รู้สึกยังไงบอกไม่ถูก ครั้งหนึ่งที่ได้มาเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
แม้ใครจะบอกว่าไปดูทำไมกัน ก็แค่หินโสโครกวางอยู่กลางทุ่ง
แต่สำหรับเรา เราประทับใจในความมหัศจรรย์ของมันนะ เรารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่
ส่วนเมืองบาธ แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ
แต่เราประทับใจในความสวยงามของสถาปัตยกรรมนะ
เมืองแห่งประวัติศาสตร์ มีอะไรให้ดูเยอะ มองเยอะ
Roman Bath ที่สวยงาม แม้จะเป็นแค่อ่างอาบน้ำใหญ่ๆโบราณแบบที่ใครพูด
แต่เรารู้สึกชอบจัง อยากกลับไปอีก เพราะคราวนี้ไม่ได้เดินทั่ว ยังเดินไม่ครบเลย
ประทับใจค่ะ ทริปนี้
ไปดูรูปพลางๆกันนะ
ให้ตายเหอะอัพสไลด์เท่าไหร่ก็ไม่ได้ คลิกลิงค์ไปดูก่อนนะ
แล้วจะกลับมาแก้ทีหลัง http://www.slide.com/r/zFfWFzCwwD_Kd6wrqNoJhS2rlYUP5zEK?previous_view=lt_embedded_url
edit @ 11 Nov 2009 23:48:47 by ขนมชั้นสีรุ้ง
วันนี้เราจะมาเล่าเบื้องหลังของการทำงานของเราบ้าง
ว่าก่อนที่คุณๆผู้โดยสารจะมาเจอพวกเรายืนต้อนรับพร้อมฉีกยิ้มกันหน้าบานเนี่ย มันต้องผ่านขั้นตอนอะไรกันบ้าง
รอรถมารับ
นี่คือเมื่อเราอยู่ที่เบสเรานะ
(ถ้าอยู่ตามโรงแรมเวลาไปตปท.ก็ลงมารอตามที่มีเวลากำหนดไว้ตอนเราเช็คอินน่ะ
กัปตันจะเป็นคนกำหนดค่ะ)
เราต้องบวกลบเวลาในตารางบินวันนั้นๆเพื่อจะได้เวลาพิกอัพไทม์ที่รถของบริษัทจะมารับ
ต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้วก็ลงมารอรถที่ใต้ตึกได้ค่ะ
Briefing
เรามีหน้าที่ที่จะต้องไปเช็คอินเข้าระบบ ว่าเรามาถึงออฟฟิศแล้วนะ พร้อมเข้าห้องบริฟฟิ่ง
เราต้องบริฟกันก่อนบินค่ะ เพื่อมาเจอหน้าลูกเรือทุกคนและกัปตันที่จะทำงานไปพร้อมกันไฟล์ทนั้นๆ
หัวหน้าไฟล์ทจะเป็นคนบริฟค่ะ ก่อนอื่นจะเช็ค Legal document ว่าเรามีครบมั้ย เช่น license บัตรลูกเรือ พาสปอร์ต แมนนวลที่มีเช็คลิสต์เวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เป็นต้น
แล้วหัวหน้าจะถามคำถามเล็กน้อยค่ะ เพื่อทบทวนความจำและความเข้าใจของพวกเรา
แบ่งเป็นสองส่วนคือ คำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือ SEP (Safty and Emergency Procedures)
และอีกส่วนคือ คำถามเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นค่ะ First Aid
แล้วจะบอกตำแหน่งของแต่ละคนค่ะว่าต้องประจำตำแหน่งไหน
จากนั้นกัปตันกับผู้ช่วยคนขับจะเข้ามาบรีฟต่อถึง flight time, วันนี้จะมี turbulance มั้ย,เครื่องจอดอยู่เกทใด อะไรแบบนี้
แล้วค่อยเดินทางไปพร้อมกันหมดเพื่อไปยังแอร์พอร์ตค่ะ
Pre-Flight Check
พอถึงเครื่องปั๊ป เราต้องเช็คค่ะว่าใน area ที่เรารับผิดชอบนั้นโอเคมั้ย
เช่น เก้าอี้ผู้โดย ห้องน้ำ เก้าอี้จั๊มซีทของเรา ที่วางกระเป๋า emergency equipementต่างๆ เป็นต้น
ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานและพร้อมบินเพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ
ที่สำคัญประตูที่เรารับผิดชอบเราต้องเช็ค door pressure and slide pressure ทุกครั้งว่าพร้อมในการใช้งานมั้ย หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
Pre-Passenger Boarding
คนที่มีหน้าที่เป็นแกลลี่ก็ต้องเช็ค catering ค่ะว่ามีครบมั้ย อาหารผู้โดย, special meals, กาแฟ น้ำตาล นม ฯลฯ
ส่วนคนอื่นๆก็อาจจะต้องไปเช็คห้องน้ำ สต็อกกระดาษ สบู่ต่างๆ เสร็จแล้วก็จะมาช่วยกันวางผ้าห่ม headset หรือ sleeping comfort ถ้ามีการโหลดขึ้นเครื่องมานะ
จากเช็คแอเรียตัวเองจนถึงตอนนี้ บางครั้งต้องรีบทำซะจนขาขวิด เพราะอาจจะมีเวลาเพียงสิบนาทีจะเริ่มบอร์ดผุ้โดย
ถ้าคุณสังเกต อาจจะเห็นว่าบางทีจะวางของไม่ครบ ต้องขอกันทีหลังนั่นเอง แห่ะๆ
Boarding
เมื่อเริ่มบอร์ดดิ้งผู้โดย เราเองต้องไปยืนประจำที่ของตัว เพื่อคอยเป็นหุเป็นตาและคอยสังเกตผู้โดยด้วยว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เมาเหล้าหรือเปล่า โวยวายโหวกเหวกมั้ย
คอยช่วยเหลือผู้โดยหากต้องการความช่วยเหลือ แต่ไม่ใช่การยกกระเป๋านะคะ
ไม่เข้าใจผู้โดยบางคน คุณลากมาได้จนถึงเครื่อง ใส่ของมาซะหนักขนาดนั้นแต่พอมาถึงที่นั่งตัวเอง
เกิดไม่มีแรงขึ้นมาซะงั้น ยกเก็บเองไม่ได้ (ขอบอกนะคะ ตามแมนนวลเขียนไว้เลยว่า ลูกเรือไม่มีหน้าที่ที่จะต้องยกกระเป๋าเก็บให้ผู้โดยสารค่ะ เพราะหากเกิดอันตรายขึ้นมามันจะไม่ดีกับตัวเรานั่นเอง)
เมื่อผู้โดยขึ้นเครื่องครบทุกคน หัวหน้าบางคนจะประกาศค่ะว่า Boarding completed
ลูกเรือก็จะช่วยกันปิด overhead stowage บางทีเตี้ย ปิดไม่ได้ก็วานคนอื่นเอา ฮ่าๆๆๆ
หากได้ยืน PA (Passenger Announcement) "Cabin Crew armed door and cross check" คนที่ประจำตำแหน่งประตูนั้น ไม่ว่าอยู่ทีไหนต้องวิ่งไปให้ถึงเพื่อล็อคประตู และ pass check ให้กับหัวหน้าค่ะ
จากนั้นจะเริ่มทำ Safety demonstration บางทีก็ต้องทำแมนนวลนะคะ เพราะระบบฉายวีดีโออาจจะเสีย
เราก็จะเห็นลูกเรือไปยืนชี้โบ๊ชี้เบ๊อยู่ ห่ะๆ ไม่ฟังได้ค่ะ แต่อยากให้ดูตอนใส่เสื้อชูชีพนิดนึง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองนะคะ
Secure Cabin
คราวนี้เราก็ต้องเดินเช็คตามแอเรียของตัวเองเช่นกัน ว่าผู้โดยคาดเข็มขัดมั้ย เก็บถาดหน้าโต๊ะ
เปิดม่านบังแดด (เข้าใจนะคะว่าบางทีแดดส่องตา แต่รบกวนเปิด เพราะหากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติด้านนอก เราจะสามารถบอกให้ลูกเรือทราบได้ค่ะ เคสหลายครั้งที่เกิดขึ้น ผ่านพ้นมาได้อย่างปลอดภัยเพราะการสังเกตของผู้โดยนั่นเองค่ะ) เก็บสิ่งของไว้ใต้เก้าอี้ที่นั่งด้านหน้า
เมื่อเราตรวจเคบินเรียบร้อย ก็ต้องกลับไปประจำที่นั่งของเราแล้ว pass check ให้หัวหน้าอีกทีค่ะ
Take Off
ลูกเรือกลับไปนั่งที่จั๊มซีท พร้อมเทคออฟ
ปล. วันนี้มาแบบเป็นการเป็นงานเนอะ มาเล่าให้ฟังค่ะ สำหรับคนที่ไม่เคยทราบว่าเราทำงานกันอย่างไร และต้องทำอะไรบ้าง จบกันดื้อๆแบบนี้ล่ะ ฮะๆ